จังหวะ กับ โอกาส

posted on 20 Jan 2012 17:26 by kraciap  in Think
 จังหวะ กับ โอกาส เป็นเรื่องที่ต้องมาควบคู่กัน
 
แปลว่าไม่ใช่แค่อยู่ถูกที่-ถูกเวลา
 
แต่ยังต้องหันหน้าให้ถูกทิศด้วย!
อ่านประโยคข้างต้น จากน้าเน็คจบ พลันคิด เออจริงว่ะ
หลายครั้ง ที่เหมือนอะไรในชีวิตกำลังเหมือนจะดี
แต่ก็อีกนั่นแหละที่ จังหวะ กับ โอกาส คลาดเคลื่อน
 
ทำเอาชีวิตเปลี่ยนเรยทีเดียว การตัดสินใจในชีวิตนี่สำคัญ
หาใดเปรียบ อะไรๆ ที่แพลน พอพลาดแล้วยาว ทุกที
แต่พอคิดว่าการตัดสินใจต้องรอบคอบให้มากขึ้นตามวัย
ดันทำให้เราย้ำคิด ย้ำทำในบางทีซะงั้น หาความพอดีไม่พอเรยจริงๆ ห้าๆ
 
ว่าด้วยเรื่องถูกที่ ถูกเวลา นี่ก็ไม่รู้ที่อยู่ทุกวันๆ นี้ มันใช่? รึไม่ใช่?
ถ้าคนเรารู้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบ รึอยากทำอะไร ได้ไม่ยาก คงดี
เราจะได้เอาเวลาที่เหลือในชีวิต ทุ่มไป
แระทำในสิ่งที่รักจริงๆ ได้เต็มที่
แต่ก็อีก บางที่สิ่งดีๆ ที่รอเราอยู่
มักมาจากความผิดพลาด
ที่เราทำระหว่าง การค้นหาเส้นทางบางอย่างในชีวิต
ที่บางครั้งเราก็แลกมาจาก ความเสียใจ...
แต่เอาน่า ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ :)  เค้าว่ากันอย่างนั้น นะเออ  

"Poke" what is it โป๊กไรกันว๊า ??

posted on 03 Aug 2009 10:31 by kraciap  in Story

>>>ไปเจอบทฟามหนึ่งใน facebookgoo แหล่มดี เลยเอามาบอกต่อ เข้าใจแจ่มแจ้งกันเลยทีเดียว<<<

มีกิจกรรมนึงในเฟซบุ๊คที่สร้างคำถามเยอะแยะให้กับผู้ใช้งาน คนที่คุ้นเคยกับเฟซบุ๊ค คงจะเคยเจอกับ notification ที่บอกว่า ‘You were poked by: (ชื่อเพื่อนซักคนนึง)’ กันอยู่เป็นประจำใช่มั้ยครับ

pokeผม ก็คุ้นเคยกับมันดี แต่ผมก็ไม่เคยใส่ใจอะไรมันเลย รู้สึกว่าไร้สาระด้วยซ้ำ ใครจะโป๊ก (poke น่ะแหล่ะ) ผมมา ส่วนใหญ่ก็จะ ignore ตลอด จนกระทั่งเร็วๆ นี้มีเพื่อนของผมคนหนึ่งที่พึ่งจะหัดเล่นเฟซบุ๊คโทรมาถาม “เฮ้ย ไอ้โป๊กๆ อะไรเนี่ยมันคืออะไรว้า มีคนโป๊กตูมาแล้วตูควรจะทำอะไรคืนไปดี แล้วมันแปลว่าอาไรเนี่ย” ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะใส่ใจกับอะไรพวกนี้ ผมก็อยากจะตอบไปว่า “เฮ้ย เอ็งเล่นๆ ไปเหอะ ไม่ต้องสนใจมันหรอก” แต่ว่ามันก็อาจจะดูไม่ค่อยมีเยื่อใยไปนิดส์นึง ก็เลยคิดว่า เอาล่ะว้า น่าจะไปลองค้นคว้ามาเป็นวิทยาทานซะหน่อย อย่าน้อยก็คงไม่ทำให้เมมโมรี่ในสมองมันลดไปซักเท่าไหร่หรอก

ที่ แรกที่ผมค้นก็คือที่ใกล้ตัวที่สุดคือในหน้า help ของเฟซบุ๊คนั่นเองแหละ และคำตอบของมันก็สร้างความประทับใจให้ผมเป็นอย่างมากกกกกก (ประชดนะเนี่ย)A poke is a way to interact with your friends on Facebook. When we created the poke, we thought it would be cool to have a feature without any specific purpose. People interpret the poke in many different ways, and we encourage you to come up with your own meanings.”

ซึ่งแปลว่า

Poke (หรือที่ต่อไปนี้ผมจะเรียกว่าโป๊ก) คือวิธีการหนึ่งที่ในการปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนของคุณในเฟซบุ๊ค ตอนที่เราสร้างเจ้าโป๊กเนี่ยขึ้นมา เราก็คิดว่ามันคงจะเท่ห์ดีถ้าจะมีลูกเล่นอะไรซักอย่างนึงที่ไม่ต้องมีจุด ประสงค์ชัดเจน แต่ละคนสามารถตีความหมายของโป๊กได้แตกต่างกัน และเราอยากจะให้คุณได้ค้นหาความหมายของคุณเอง”

อืม…ช่างเป็น คำอธิบายที่เยี่ยมยอดเจงๆ แต่ไม่ค่อยเหมาะกับคนอย่างผมเลยที่ชอบจะมีคำตอบที่มันเป๊ะๆ เอาล่ะ ไม่เป็นไร ผมจะลองไปถามผู้รู้อีกท่านนึงดีกว่า คืออากู๋ของผมเอง 555 ท่านอากู๋เกิ้ล ว่าแล้วก็พิมพ์ในช่องค้นหาของ google ไปว่า ‘What is POKE in facebook’ ท่านอากู๋ก็แสดงผลออกมาเป็นจำนวน 592,000 รายการ อืม… ท่าทางจะเป็นคีย์เวิร์ดที่ยอดนิยมใช้ได้ทีเดียวเชียว น่าจะเอาไปทำ SEO ซะหน่อย แต่ช้าก่อน เรากลับมาดูกันซิว่าคนทั่วโลกเค้าพูดกันว่ายังไงบ้างเกี่ยวกับเจ้าโป๊กเนี่ย

เว็บ xxx.?????.com (ขอสงวนนาม) - มีสาวหนึ่งมาโพสไว้ว่า ” ใครก็ได้ตอบหนูหน่อยค่ะ ว่าโป๊กเนี่ยมันคืออะไร พอดีหนูเพิ่งเล่นเฟซบุ๊คอะค่ะ แล้วหนูกำลังจะกดส่งมันไปแล้ว อยากทราบว่ามันจะทำให้หนูท้องมะคะ???” (อันนี้เป็นเคสสมมตินะค้าบบ แต่งมาเพื่อนความบันเทิงเฉยๆ) พร้อมกับคำตอบที่หลากหลาย (อันนี้เป็นคำตอบจริงๆ ที่คนโพสกันมาตามเว็บต่างๆ ที่ผมรวบรวมมาให้นะคร้าบบ)

  • มันเป็นเครื่องมือในการจีบสาวชนิดหนึ่ง (ประมาณว่าอยากจะเริ่มต้นคุยด้วย แต่ไม่รู้คุยไร ก็โป๊กไปทีนึง เผื่อเธอจะเหลียวมามองบ้าง)
  • มัน คือวิธีการเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนชนิดหนึ่ง เปรียบได้กับ Nudge ใน msn คือประมาณว่า กรูส่งเมล์ไปให้เมิง เมิงอ่านรึยังว้า [ขออนุญาตใช้ภาษาวิบัตินะครับ เพื่อนกันมันคุยยังงี้จิงๆ]
  • ขณะ เดียวกันก็เป็นการแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่ไม่สามารถแทนด้วยคำพูด ได้… คือบางกรณีเคยมีปะครับ เรามีเพื่อนที่ประมาณว่า ไม่เจอกันเลยนะ แต่ก็ไม่คิดจะเจอ ไม่รู้จะเจอทำไม ไม่รู้จะคุยไรด้วย เอาโป๊กไปทีนึงละกัน ให้รู้ว่ายังเป็นเพื่อนกันอยู่เว้ย
  • เป็นการสื่อสารทางจิต ประมาณว่าโป๊กไปทีนึงเพื่อบอกว่า “เฮ้ยๆ ดูช่องเก้าเร็ว เฮียสรยุทธสัมภาษณ์แอร์กี่มาแล้ว …” (แล้วมันจะรู้มั้ยเนี่ย) แต่มีคนที่เค้าทำกันงี้จิงๆ นะครับ แถมยังเข้าใจกันด้วยอะ ทึ่งจริงๆ
  • บาง ครั้งเป็นโป๊กลูกโซ่ - คือประมาณฉันโป๊กเธอแล้วขอให้เธอโป๊กต่อไปอีก 7 คนมิฉะนั้นจะกินข้าวไม่อร่อย นอนไม่หลับ ขยับไม่ได้ ก็ว่ากันไป .. นี่คือพวกที่ว่างจัด
  • หรือที่หนักๆ ไปเลย สำหรับคนบางกลุ่ม ก็ตีความได้กระทั่งว่า “เราไป xxx กันเถอะ”
  • ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

poke meaning

มัน ช่างหลากหลายคำตอบ ล้านจินตนาการกันจริงๆ กับคำว่าโป๊กคำเดียวในเฟซบุ๊ค จนกระทั่งคงมีคนรำคาญ ไปคิด application พวก super poke หรือสารพัดโป๊กกันขึ้นมา ที่มันสามารถระบุไปได้เลยว่า โป๊กฉันแปลว่า กอด, จูบ, สะกิด, เกาหลัง, จั๊กจี้ ฯลฯ คือประมาณว่าถ้าไม่ทำเดี๋ยวมันจะเปิดช่องให้คิดกันไปไม่มีวันจบ

ผม อ่านแล้วก็ทึ่งจริงๆ ว่าคนเราก็คิดกันไปได้ ใจนึงก็อยากจะสรุปจริงๆ เลยว่าจริงๆ แล้วโป๊กมันเอาไว้ทำไมกันแน่ แต่ในเมื่อตัวคนที่สร้างมันขึ้นมายังอธิบายไม่ได้ ผมก็คงจะไม่มีข้อสรุปล่ะครับ เอาเป็นว่ามาปิดท้ายกันนิดนึงว่า dictionary ให้ความหมายคำว่า poke ไว้ว่ายังไงละกัน ส่วนใครจะนิยมโป๊กกับใคร อะไรนั้นก็เชิญกันไปตามสะดวก ตัวผมก็คงจะต้องลองเริ่มโป๊กเพื่อนๆ ดูมั่งแล้วครับ เค้าว่ากันว่าโป๊กแล้วมันสนุกจริงๆ นะ.. ไว้เป็นยังไง จะมารายงานให้ฟังครับผม

POKE

v. poked, pok·ing, pokes

v.tr.

1. To push or jab at, as with a finger or an arm; prod.

2. To make (a hole or pathway, for example) by or as if by prodding, elbowing, or jabbing: I poked my way to the front of the crowd.

3. To push; thrust: A seal poked its head out of the water.

4. To stir (a fire) by prodding the wood or coal with a poker or stick.

5. Slang To strike; punch.

v.intr.

1. To make thrusts or jabs, as with a stick or poker.

2. To pry or meddle; intrude: poking into another’s business.

3. To search or look curiously in a desultory manner: poked about in the desk.

4. To proceed in a slow or lazy manner; putter: just poked along all morning.

5. To thrust forward; appear: The child’s head poked from under the blankets.

n.

1. A push, thrust, or jab.

2. Slang A punch or blow with the fist: a poke in the jaw.

3. One who moves slowly or aimlessly; a dawdler.

นครคารา

posted on 01 Aug 2009 22:11 by kraciap  in Food

 

นครคารา

     เหมาะมานั่งชิลหลังเลิกงานกับเพื่อนๆ อย่างสบายใจ มีห้องคาราโอเกะมากถึง 15 ห้อง จึงทั้งอิ่มและแฮ้งเอ๊าต์ได้แบบครบวงจร
     “กุ้งทอดนครคารา” กุ้งขาวหมักซอสสูตรลับของร้าน คลุกแป้งและงาขาว แล้วทอดให้กรอบนอกนุ่มใน รับประทานได้ทั้งตัว “เกี๊ยวกรอบรัตนโกสินทร์” อร่อยคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ เน้นความหอมมันที่หาไม่ได้จากที่อื่น “เมี่ยงปลาทูอัมพวา” ปลาทูตัวโตเลาะก้างหมดจด กรอบอร่อยพร้อมเครื่องเคียงแบบเมี่ยง ราดน้ำจิ้มมะพร้าวคั่ว อร่อยได้รสชาติไทยๆ
     ส่วนคนที่ชอบอาหารทะเล แนะนำ “ผัดชาวประมงลูกทุ่ง” ที่เชฟเขาดัดแปลงสูตรมาจากเมนูผัดรวมพริกสดของชาวเลแท้ๆ แต่เพิ่มพริกหวาน พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกไทยอ่อน และใบโหระพา ให้รสร้อนแรงยิ่งขึ้น ปิดท้ายด้วย “ต้มจิ๋ว” เมนูโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งดัดแปลงมาจากซุปฝรั่ง สามารถเลือกได้ว่าจะใช้เนื้อวัวหรือเนื้อไก่มาต้มรวมกับมันเทศ หอมเล็ก ตะไคร้ พริกขี้หนูสวนโรยหน้าด้วยใบโหระพา ซดร้อนๆ หอมหวานคล่องคอดีแท้

 

Budget      ประมาณ 300 ฿

นครคารา
หลังเอสพลานาด เปิดบริการทุกวัน
ตั้งแต่ 18.00 น. - 2.00 น. โทร. 0-2245-0077

 

By Sudsapda

ร้างแร่ ไม่ร้างรัก "เหมืองสมศักดิ์"แห่งปิล๊อก

โดย : ปิ่น บุตรี

"ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์"

 

ประโยคนี้ไม่รู้ใครคือต้นตำรับรู้แต่ว่าเป็นวาจาอมตะที่หลายคนยอมรับ

 

แต่หากมองกลับกัน "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสุข" มันก็จริงแท้แน่นอนเหมือนกัน

 

ถ้าไม่มีสุขมนุษย์คงไม่เสาะแสวงหาความรักกันถ้วนทั่วหน้าหรอกหรือ

 

รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

 

บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

 

ความเป็นอดีตเมืองเหมือง(ปิล๊อก)อันลือลั่นบวกกับความสงบงามในปัจจุบัน ทำให้ผมดั้นด้นมา ณ ที่แห่งนี้ และจะดั้นด้นลึกเข้าไปในหุบเขาผ่านเส้นทางถนนลูกรังคดเคี้ยวสมบุกสมบันสู่ รีสอร์ท"เหมืองแร่สมศักดิ์ บ้านเล็กในป่าใหญ่" ดินแดนที่มีตำนานแห่งรักแท้รอคอยอยู่

พลันที่ผมมาถึงยังที่แห่งนี้ ความประทับใจแรกพบจาก"รอยยิ้ม"อันอบอุ่นเปี่ยมมิตรไมตรีของ "ป้าเกล็น"(เกล็นนิส เสตะพันธุ)เจ้าของรีสอร์ทที่ออกมาต้อนรับพร้อมเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่งพักในโถงเรือนรับแขก(บ้านของคุณป้า)ก็พุ่งเข้าจับหมับในดวงใจทันที

 

"สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ เพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน ดื่มชา กาแฟร้อนๆก่อน โน่นเค้กป้าทำเอง ตักทานได้ตามสบาย"

 

ปกติผมเป็นผู้ไม่พิสมัยในรสชาติเค้ก หากแต่ชอบกินขนมไทยๆมากกว่า แต่นี่เมื่อมาเห็นบรรยากาศในมุมกาแฟที่ตกแต่งอย่างน่ารัก เป็นระเบียบ พร้อมกับเค้ก 4 รส หน้าตาชวนกินที่ได้ยินคำร่ำลือมาว่า เค้กที่นี่อร่อยนัก ผมจึงอดใจไม่ไหวเดินไปเปิดฝาครอบดูหน้าตาและสัมผัสกลิ่นกันแบบใกล้ๆ

 

"นี่เค้กช็อกโกแลต แครอทเค้กหน้ามะนาว เค้กส้ม และเค้กกล้วยน้ำว้า" ป้าเกล็นรีบบอกเมื่อเห็นผมทำหน้าสงสัย

 

เค้กโฮมเมดฝีมือป้าเกล็นทั้งหมด ถ้าถามว่ารสไหนอร่อยสุด ผมว่าอร่อยทั้งหมด แต่ที่ผมหม่ำมากเป็นพิเศษเบิ้ลอยู่หลายชิ้นก็เห็นจะเป็นเค้กกล้วยน้ำว้า เพราะว่าไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน

 

หลังมื้อเค้กผ่านพ้น คนขี้สงสัยอย่างผมก็ถือโอกาสเดินชมโน่นชมนี่ในโถงเรือนรับแขกที่ตกแต่งอย่างเป็นระเบียบ มีรสนิยม โดยเฉพาะบรรดาของเล็กๆน้อยๆกระจุกกระจิกที่ป้าแกแต่งได้อย่างกิ๊บเก๋น่ารักสวยงาม

 

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือโถงรับแขกของคุณป้าวัย 70 ปี เพราะดูจากลักษณะการตกแต่งแล้วมันเหมือนกับห้องของสาวแรกรุ่นผู้เปี่ยมไปด้วยความฝันมากกว่า แต่เหตุที่บ้านนี้ดูสดใสชวนฝันปานนี้ คงเป็นเพราะบ้านนี้มี"รัก"อบอวลอยู่ทุกหนแห่ง

เป็นความรักของป้าเกล็นที่มีต่อลุงสมศักดิ์สามี ที่แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่ความรักของป้าเกล็นยังคงเป็นอมตะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

 

รักข้ามขอบฟ้า

 

นอกจากบรรยากาศรีสอร์ทอันเรียบง่ายแต่ชวนฝันแล้ว สิ่งหนึ่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมีเหมือนป้าเกล็นก็คือวิถีในรักแท้ที่มั่นคงมิเคยเสื่อมคลาย เป็นรักไม่มีวันตายที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งป้าเกล็นได้ย้อนความทรงจำกลับไปว่า เธอพบกับลุงสมศักดิ์(สมศักดิ์ เสตะพันธุ)ครั้งแรกเมื่อครั้งที่เขาเดินทางไปเรียนปริญญาโทด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ที่เมืองแคลคูรี ประเทศออสเตรเลีย

ในปี พ.ศ. 2502

 

"พี่ศักดิ์เป็นเพื่อนพี่ชายฉัน ตอนที่พบกันเขามาเป็นโค้ชแบดให้ทีมน้องชาย" ป้าเกล็นรำลึกความหลังที่แม้จะผ่านมายาวนาน แต่เท่าที่ฟังจากคำบอกเล่าของป้าเกล็นนั้นมันยังคงแจ่มชัดเหมือนเพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน

 

ไม่ว่าจะด้วยฟ้าลิขิต พรหมลิขิต หรือคนลิขิต หลังจากทั้ง 2 คน คบหาดูใจบ่มเพาะความรักจนสุกงอม จนในที่สุดลุงสมศักดิ์ตัดสินใจขอป้าเกล็นแต่งงาน

 

"เราคบกันอยู่ 4 ปี พี่ศักดิ์เขามาขอฉันแต่งงาน เรามาแต่งกันที่กรุงเทพฯ ที่โบสถ์วัดเสมียน"

 

สำหรับการตัดสินใจจากออสเตรเลียบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ต่างที่ต่างถิ่นต่างวัฒนธรรมอย่างเมืองไทยนั้น ป้าเกล็นบอกผมว่าตัดสินใจไม่นานเลย

 

"เพราะความรักน่ะ ฉันจึงตัดสินใจได้ไม่ยากต่อการมาอยู่เมืองไทย"

รักฉันนั้นเพื่อเธอ

 

ป้าเกล็นมาถึงเมืองไทยได้แค่วันเดียว ลุงสมศักดิ์ก็มารับพาเข้าสู่ปิล๊อกที่เหมืองสมศักดิ์ที่เพิ่งบุกเบิกใหม่เลย ซึ่งป้าเกล็นเล่าว่า ช่วงนั้นนั่งรถเข้าปิล๊อกดูน่ากลัวมาก เพราะทางเพิ่งตัด รอบข้างมีแต่ป่า แต่เขา แล้วก็เหว

 

"ฉันกลัวมากจับมือพี่ศักดิ์ไว้แน่นเลย แต่นายเหมืองคนอื่นๆเขากลับดูสนุกเฮฮากัน"

 

จากนั้นลุงสมศักดิ์ได้เดินตามความฝันของตนด้วยการพัฒนาเหมืองสมศักดิ์ให้เจริญรุ่งเรือง ส่วนป้าเกล็นนั้นช่วงแรกหลังมาอยู่เมืองไทยได้เข้าทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ แต่จะเข้ามาเป็นแม่บ้านที่เหมืองสมศักดิ์ดินแดนดงดิบในช่วงปิดเทอมทั้ง 2 ภาค

 

"พี่ศักดิ์เขาพัฒนาเหมืองนี้ทุกอย่าง ทั้งตัดทางรถเข้ามา พัฒนาคุณภาพคนงาน เพิ่มการผลิต เพิ่มลูกน้องจากช่วงแรก 200 คน เป็น 600 คน พี่ศักดิ์เป็นใจดี มีเมตตา ดูแลลูกน้องอย่างดี ผูกพันกับลูกน้อง เขารักที่นี่มากเพราะมันเป็นความฝันของเขา"

 

แต่บางครั้งความฝันก็แพ้พ่ายความจริงเมื่อในปี พ.ศ. 2527 สถานการณ์ตลาดแร่โลกตกต่ำ ส่งผลให้บรรดาเหมืองต่างๆในปิล๊อกทยอยปิดตัวลง ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่เหมืองสมศักดิ์ที่พยายามยื้อต่อลมหายใจอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายก็ต้านไม่ไหวต้องปิดตัวลงใน ปี พ.ศ. 2531

 

เมื่อความฝันที่เป็นดังชีวิตล่มสลายทำให้ลุงสมศักดิ์ใจสลายและล้มป่วยเป็นโรคหัวใจเจ็บออดๆแอดๆ ส่วนป้าเกล็นนั้นเพื่อสามีอันเป็นที่รักเธอตัดสินใจลาออกจากงาน ทิ้งสังคมเมืองกรุงฯและเพื่อนฝูงไว้ข้างหลัง เดินทางมาอยู่เคียงข้างกับสามีที่เหมืองสมศักดิ์อย่างไม่ลังเล

แม้จะเจ็บป่วยแค่ไหนแต่เมื่อเหมืองสมศักดิ์คือผลงานจากความฝันอันยิ่งใหญ่ของลุงสมศักดิ์ เขาจึงขออยู่ที่นี่โดยฟังเสียงทัดทานของญาติพี่น้อง ส่วนป้าเกล็นนั้นกลับไม่ปฏิเสธ เพราะเธอรู้ว่านี่คือชีวิตของเขา

 

ป้าเกล็นปรนนิบัติสามีอย่างสุดความสามารถ กระทั่ง 2 เดือนสุดท้าย หมอบอกว่าหมดหนทางเยียวยา ต้องทำใจสถานเดียว

 

ถึงตอนนี้ป้าเกล็นเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า ช่วงนี้เธอจะมองหน้าเขาตลอดไม่ว่ายามหลับหรือตื่นเพื่อเก็บความทรงจำเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

แล้ววันที่เจ็บปวดรวดร้าวมากที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของป้าเกล็นก็มาถึง เมื่อลุงสมศักดิ์อำลาจากโลกนี้ไป เธอร่ำไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ก่อนจะรวบรวมพลังที่หลงเหลือเดินทางกลับไปยังเหมืองสมศักดิ์ ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับความทรงจำแห่งรักที่ยังคงอบอุ่นนุ่มนวลอยู่ตลอดกาล

รักไม่รู้ดับ

 

หลังกลับมาอยู่ที่เหมืองสมศักดิ์ ป้าเกล็นสานต่อความฝันของสามีด้วยการทำปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่จากเหมืองแร่ให้เป็นรีสอร์ทเล็กๆอันเรียบง่าย ในสโลแกนบ้านเล็กกลางป่าใหญ่ เป็นรีสอร์ทในเหมืองเก่าที่แม้จะร้างแร่ แต่ไม่ร้างรัก ซึ่งนอกจากจะอิงแอบธรรมชาติอยู่กับธรรมชาติอันพิสุทธิ์กลางขุนเขาแล้ว รีสอร์ทแห่งนี้ยังอิงแอบอยู่กับความรักอมตะของป้าเกล็นที่ต่อลุงสมศักดิ์สามีของเธออย่างไม่มีเสื่อมคลาย

 

เป็นรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง รักไม่มีวันตาย ซึ่งป้าเกล็นบอกว่า อยู่ที่นี่ไม่เหงาเพราะได้อยู่กับความทรงจำแห่งรัก อยู่กับอดีตรักอันอบอุ่นที่เหมือนกับว่าลุงสมศักดิ์ยังอยู่เคียงคู่กับป้าเกล็นตลอดไป และป้าเกล็นจะอยู่ด้วยหัวใจเปี่ยมรักไปตาบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งชีวิต เพราะสำหรับคุณป้าแล้วความรักคือของขวัญอันล้ำค่า การได้รักทำให้รู้สึกว่าเหมือนได้รับของขวัญอันล้ำค่าในทุกๆวัน

ชาติที่แล้ว...

posted on 19 Jul 2009 20:57 by kraciap  in Story


ผลการทำนาย ตอนที่คุณเกิดมาบนโลกในอดีตชาติ :

ชาติที่แล้ว คุณเป็น ผู้ชาย

สถานที่คุณเกิด : อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์
ประมาณปี พ.ศ. 1696

อาชีพเดิมของคุณคือ  : 
คนเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และวัว

บุคลิกภาพของคุณในอดีต  : 
คุณเป็นคนรู้จักวางตัว เป็นเจ้านายที่ดีสำหรับลูกน้อง และเป็นลูกน้องที่ดีสำหรับเจ้านาย เป็นพี่ที่ดีสำหรับน้อง เป็นลูกที่ดีสำหรับพ่อแม่ ทุกคนเลยรักคุณไง

บทเรียนในอดีตชาติของคุณ  : 
การทำบุญไม่ต้องรอตอนแก่
เพราะไม่แน่ว่าจะได้อยู่จนแก่หรือไม่
เพราะบางคนแก่แล้ว ยังไม่ได้ทำบุญก็มี

 

 

 

แล้วคุณล่ะ ชาติที่แล้วเกิดเป็นอะไร ??